วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เทคนิคเรียกสวยใน 5 นาที








กระชับผิว

เรียกเลือดฝากสำหรับสูตรเด็ดช่วยปลุกผิวช่วงเช้าๆ เปิดน้ำเย็นใส่อ่าง เทน้ำแข็งลงไปพอให้เย็นจัดๆ ค่อยวักน้ำสาดผิวหน้าเบาๆ 10 ครั้ง ตาสว่าง ผิวจะค่อยๆฝาดเลือด


เปิดไหล่

สาวยิมรู้ดีเชียวเรื่องนี้ หลังออกกำลังกาย เลือดจะปั๊มเข้ากล้ามเนื้อมากกว่าปกติ สัดส่วนช่วงที่ออกกำลังกายจะดูกระชับกว่าที่เคยเป็นไปได้นานราว 1-3 ชั่วโมง รู้อย่างนี้ ถึงคราวต้องใส่สายเดียวโปรโมตความขาว วิดพื้นเลยน้อง อย่างน้อยๆก็ 10 ครั้ง แต่อย่าเกิน 50 ครั้ง พอให้กระชับจะน่าประชิดมากกว่ากล้ามใหญ่ๆนะจ๊ะ


ผมหนาเซ็กซี่

คืนนี้กะสะพรั่งรับอรุณ ไม่ต้องใช้เวลาครึ่งค่อนวันนั่งไดร์ผม คว้าโรลอันโตๆม้วนผมที่แห้งแล้วทีละช่อ ม้วนให้ทั่วศรีษะเลย เปิดไดร์ลมร้อน เป่าโรลทุกอันให้มีอาการร้อนๆให้ทั่วถึง แล้วปล่อยให้เย็นสนิท (ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที) ค่อยๆแกะโรลออก แปรงลูบเบาๆสักหน่อย เซ็กซี่เชียวค่ะ

ฟื้นผิวใส

สูตรนี้ สวยด่วนสั่งได้บีบน้ำส้ม ใช้นิ้วตบน้ำส้มให้ทั่วผิวหน้าที่ล้างสะอาด ผิวจะใสๆกระจ่างๆไปนานหลายชั่วโมง ผิวได้รับวิตามินซีสดๆจากส้ม วิตามินซีมีฤทธิ์ต้านอนุมุลอิสระ ขัดผิวอ่อนๆ ช่วยกระชับผิวน้อยๆ กลิ่นส้มอ่อนๆที่ติดมา จะจางจากผิวในเวลารวดเร็ว แต่ถึงไม่จาง ผู้หญิงรับได้ค่ะ กลิ่มส้มจัดเป็นหนึ่งกลิ่นเทรนดี้ ถูกสกัดให้ผสมในน้ำหอมมาแล้วนับร้อยชนิด


แก้มปลั่งใส

เรียกอาการแก้มใส คล้ายจะอินโนเซนต์แต่ไม่นะ แอบใช้ลิปกลอสเนื้อใสบาง ป้ายๆโหนกแก้ม (ไม่มีลิปกลอสก็ใช้วาสลีน ปิโตรเลียม เจลลี่ พอแทนกันได้) ป้ายพอกิ๊กไม่ต้องมาก ประกายใสๆจะกระจายแสงที่ตกกระทบแก้มไหวๆ ล่อตาคนมอง เซ็กซี่เป็นไฮไลต์เท่านั้นนะตัวเอง


นัยน์ตาปิ๊งๆๆ

สาวร้อนร้อยฟาเรนไฮต์ก็มีวันตาละเหี่ย ตาโรยเป็นกุหลาบกลีบขยี้ ใช้แตงกวาฝานบางๆชุบน้ำโสก (โสมเป็นซองเทชงไปเลย ไม่มีโสม ใช้น้ำชาแก่ๆแทนได้) ไม่ได้ให้ทานลงไปนะคะ นำมาแปะดวงตา 5 นาที ตาใสปิ๊ง


ผิวประกาย

เบื่อทากันแดดกันหรือเปล่า รู้ทั้งรู้ว่าอยากผิวขาว ผิวดูอ่อนเยาว์ไปนานเท่านาน คาถาเดียวที่ได้ผลสูงสุดอยู่ที่หลบแดดและทากันแดด แต่ยังเบื่อต้องทาทุกวันๆนี่ ผสมครีมกันแดดกับครีมเนื้อประกายประเภทชิมเมอร์ครีม หรือไม่ก็ผสมผงอายแชโดว์สีชมพูหรือสีน้ำผึ้งกับครีมกันแดด แล้วทาให้ทั่วผิวกายผิวหน้าคุณจะผ่อง ขยับนิดขยับหน่อย แสงตกวิบวับ ชวนเหลียวชวนมอง แล้วอาการเบื่อทากันแดดจะหาย


เล็บเธอ

ไม่มีเวลาทาเล็บและยังต้องคอยอีก 2-3 ชั่วโมงให้เล็บแห้ง ขอเวลาแค่ 1 นาที ใช้ลิบบาล์มที่คุณกันปากแตก ลูบๆลงไปที่เล็บแทนหรือไม่ก็นวดน้ำมันบำรุงเล็บลงให้ทั่ว เล็บจะดูใส สุขภาพดี แลดูสะอาดตาขึ้นมาทันที เทรนด์เมกอัพสมัยใหม่ นิยมแต่งหน้าโชว์ผิวสุขภาพดี หน้าใสๆ สีแก้มสีปากลงพอชวนเอ็นดู แฟชั่นสีเล็บก็เช่นกัน นิยมเล็บใสๆ ดูสุขภาพดี


ยิ้มฟันสวย

ยิ้มทีฟันเหลือง หนุ่มหัวใจกล้าหาญก็กระเจิง ผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 1 ช้อนชากับโซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา (ตัวแรกซื้อที่ร้านขายยา ตัวหลังเรียกกันเบกกิ้งโซดา หาซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ต) ใช้แปรงฟันเพียงอาทิตย์ละครั้งจะช่วยลดคราบเหลืองจากชา กาแฟ และบุหรี่ ระวัง อย่ากลืนลงไปด้วยก็แล้วกัน


ความลับสุดท้าย

ความสุขภายในช่วยให้ผู้หญิงดูสวยขึ้น แต่พอเธอเครียด กล้ามเนื้อใบหน้าเธอทุกมัดจะหดเกร็ง ความแก่ขึ้นริ้วทันที เมื่อใดที่รู้สึกเครียด ขอให้หลับตาลง ในใจนับ "หนึ่ง " ขึ้นไปถึง "ร้อย" ช้าๆแล้วนับจาก "ร้อย" กลับมาหา "หนึ่ง" อีกครั้ง ใช้เวลาเพียง 5 นาที จิตใจคุณจะโปร่งขึ้น ความเครียดจะน้อยลง





ที่มา

จาก http://www.pooyingnaka.com
วิธีกระชับหน้าอก

การบริหารเพิ่มขนาดหน้าอกได้จริงหรือ เป็นเรื่องเล่าปรัมปรามากกว่า ที่ว่าการบริหารหน้าอกจะเพิ่มขนาดหน้าอกได้ การที่หน้าอกใหญ่ได้นั้นขึ้นอยู่กับเซลล์ไขมัน แต่การบริหารจะไล่ไขมันออกซะมากกว่า ทำให้หน้าอกเล็กลง ในขณะที่การออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อกระชับแข็งแรง ทำให้หน้าอกกระชับแน่นไปด้วย นั่นคือเซลล์โดยรวมกระชับขึ้น สาวๆที่เข้าใจผิดก็เข้าใจใหม่ให้ถูกต้องนะจ๊ะ




ท่าที่ 1 ยื่นเท้าขวาไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและงอเล็กน้อย เท้าซ้ายเหยียบผ้าฟิตเนสโดยใช้ปลายเท้าเหยียบเอาไว้ ใช้สองมือยึดปลายผ้าทั้งสองข้างไว้ด้านหลัง กางแขนและก้มตัวลง โดยไม่เคลื่อนไหวต้นแขน (ก้มลงและยืดตัวขึ้น) ทำซ้ำ 15 ครั้ง





ท่าที่ 2 นั่งขัดสมาธิลำตัวตั้งตรง งอแขนโดยใช้ฝ่ามือประกบกัน และตั้งอยู่ในระดับหน้าอก จากนั้นเกร็งแขนและหน้าอก ดันฝ่ามือเข้าหากันประมาณ 2-3 วินาที แล้วคลายออก ทำซ้ำ 16 ครั้ง










ท่าที่ 3 นั่งขัดสมาธิ มือจับผ้าฟิตเนสสองข้างโดยให้ผ้าพาดอยู่ด้านหลังอ้อมใต้รักแร้ งอแขนและเกร็งแขนดึงผ้าเข้าหากันมาที่หน้าอก ทำซ้ำ 15 ครั้ง




ท่าที่ 4 คุกเข่าและก้มตัวไปกับพื้น พาดผ้าฟิตเนสไว้ด้านหลัง ใช้สองมือจับผ้าไว้ทั้งสองด้าน และใช้สองแขนพยุงไหล่ไว้ กางแขนและก้มตัวลง ทำ 10-15 ครั้ง







ท่าที่ 5 ยืนกางขาและงอขาเล็กน้อย ใช้สองเท้าเหยียบกลางผ้าฟิตเนสไว้ ใช้สองแขนจับปลายผ้า ปล่อยแขนไว้ที่สะโพก โดยให้ข้อศอกชี้ไปด้านหลัง แขนขวาดึงปลายผ้าไปข้างหลัง แขนซ้ายงอทำเป็นเส้นทแยงมุม ดึงขึ้นไปด้านบน สลับข้างและทำข้างละ 15 ครั้ง








ที่มา
จาก http://www.pooyingnaka.com
ผิวเปลือกส้มหรือเซลลูไลท์ สามารถแก้ไขได้








หนึ่งความกลัวและกังวลสำหรับผู้หญิงก็คือเรื่องของรูปร่างและน้ำหนักที่ต้องคอยดูแลและควบคุม ยกเว้นว่าหากเป็นคนตามใจปาก และไม่ดูแลสุขภาพ ถ้าไม่ใช่โดยสรีระผอมเพรียวตั้งแต่เกิดแล้วละก็ ล้วนมีสิทธิ์อ้วนกันได้ทั้งนั้น และยุคสมัยนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำหนักหรือรูปร่างที่อ้วนขึ้น สิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงเรากลัวไม่แพ้กันก็คือเรื่องของเซลลูไลท์ เพราะบางครั้งผู้หญิงเราเห็นรูปร่างสมส่วนก็เถอะ แต่ดูดี ๆ มีเซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้มสะสมอยู่เช่นกัน...

เซลลูไลท์มีลักษณะของผิวหนังที่ขรุขระคล้ายผิวเปลือกส้ม เกิดจาก สาเหตุสำคัญคือ เซลล์ไขมันที่สะสมตัวเป็นก้อนอยู่บริเวณใต้ชั้นหนังแท้ และมีขนาดใหญ่จนทำให้หนังหุ้มเซลล์เกิดการบิดเบี้ยวเพราะถูกดึงรั้งอยู่ใต้ผิวหนัง และเกิดเป็นรอยคล้ายผิวของเปลือกส้มและสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากผิวหนังชั้นนอก เซลลูไลท์เป็นตัวสร้างปัญหาให้กับระบบไหลเวียนโลหิต เป็นเหตุให้ระบบแลกเปลี่ยนสารต่าง ๆ ระหว่างเซลล์เสียสมดุล และทำให้โครงสร้างเนื้อเยื่อของเซลล์ใต้ผิวหนังเสื่อมสภาพและเสียความยืดหยุ่นไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบการกำจัดของเสียบกพร่อง และเกิดการสะสมของเซลล์ไขมันและทำให้น้ำในเซลล์ไขมันมีปริมาณเพิ่มขึ้น


วิธีขจัดเซลลูไลท์






ผู้หญิงกว่า 80% มีไขมันสะสมอยู่ที่สะโพกและขาอ่อน ซึ่งนั่นก็คือ 'เซลลูไลท์' มีหลายวิธีที่นำมาใช้ในการขจัดเซลลูไลท์ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้าง


เครื่องมือละลายไขมัน
การรักษาด้วยวิธีนี้จะใช้เครื่องไฟฟ้าในการรักษาโดยวางเครื่องลงบนบริเวณที่มีเซลลูไลท์ แล้วเพิ่มแรงกดหรือเขย่าลงบนเซลลูไลท์เพื่อสลายเซลล์ไขมัน แต่การรักษา ด้วยวิธีนี้ จะต้องทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย และรับประทานอาหารครบห้าหมู่ มิเช่นนั้นเซลลูไลท์จะกลับมาเยือนอีกแน่นอน

การฝังเข็ม

เข็มจะถูกฝังตรงบริเวณเซลลูไลท์ประมาณ 3-5 มิลลิเมตรใต้ผิวหนัง เข็มเหล่านี้จะเชื่อมกับขั้วไฟฟ้าซึ่งจะส่งถ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อทำลายเซลล์ไขมันและการแพร่กระจายของของเหลว

การพันต้นขา

โดยการพันต้นขาหรือก้นด้วยพลาสติกอย่างแน่นหนา เพิ่มความร้อนเข้าสู่บริเวณที่ถูกพันเพื่อให้เหงื่อออก และสามารถลดปริมาณเซลลูไลท์ได้หลายเซนติเมตร

การขัดผิว

การขัดผิวด้วยแปรงหรือใยขัดผิวระหว่างอาบน้ำจะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิต การขัดผิวควรจะขัดในลักษณะเคลื่อนที่เป็นวงกลม นอกจากนี้ควรใช้เจลอาบน้ำหรือสบู่ที่มีส่วนผสมของน้ำมันเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งหรือเกิดการระคายเคือง

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายจะช่วยปรับปรุงบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากเซลลูไลท์ได้ การออกกำลังกายที่ได้ผลดีนั้น ได้แก่ การเดินออกกำลัง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เป็นต้น

วีธีขจัดเซลลูไลท์ด้วยครีมและโลชั่น

ใช้ครีมหรือโลชั่นทาผิวที่ใช้สำหรับการขจัดเซลลูไลท์ โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ได้รับการทดสอบแล้วว่าสามารถทำให้เซลลูไลท์ดูเบาบางลงได้ และยังช่วยในการปรับปรุงสภาพผิวด้วย


การขจัดเซลลูไลท์โดยวิธีอดอาหารจะทำให้ของเหลว ส่วนใหญ่ในร่างกายสูญเสียไป และยังทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายช้าลง ดังนั้นอาหารที่จะช่วยคุณลดน้ำหนักและเซลลูไลท์ได้อย่างถาวรก็คือ อาหารที่ให้สารอาหารครบทั้งห้าหมู่อย่างสมดุลนั่นเอง





ที่มา

จาก http://www.pooyingnaka.com
เติมความชุ่มชื้น..ฟื้นผิวแห้ง









การที่มีผิวแห้งบางครั้งเกิดจากการอาบน้ำ ว่ายน้ำและการใช้สบู่ที่มีดีเทอร์เจน (Detergent) มากเกินไปข้อแนะนำ ไม่ควรอาบน้ำบ่อยเกินไป และหลังอาบน้ำควรเช็ดตัวให้แห้งก่อนทาครีมบำรุงผิว หากปล่อยหยดน้ำให้เกาะผิวจนแห้งเองจะทำให้ผิวแห้งยิ่งขึ้น เพราะความชุ่มขื้นจะระเหยออกไปพร้อมกับน้ำ


เมื่อวัยมากขึ้น ต่อมไขมันจะทำงานน้อยลง จึงทำให้ผิวแห้งลง สาววัยมากจึงมีผิวเหมือนเดินหน้าแล้ง ที่ต้องคอยเติมน้ำอยู่เสมอ มิเช่นนั้นผิวของคุณก็จะแห้ง เหี่ยวย่นเหมือนดินที่แตกระแหง


ยิ่งอาบน้ำอุ่นจัดมากเท่าไหร่ก็จะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้นเท่านั้นและยังสูญเสียไขมันที่เคลือบผิวด้วย สาวคนใดที่ชอบอาบน้ำอุ่นคงต้องเปลี่ยนอุปนิสัยเสียใหม่ถ้าไม่อยากแก่เร็ว










เคล็ดลับสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง


สาวผิวแห้งอย่าเพิ่งท้อใจ เรามีเคล็ดเด็ดให้คุณรักษาความชุ่มชื้นและความเต่งตึงของผิวไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนผิวแห้งก็อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ให้ความันกับผิว ไม่จำเป็นต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฟองมาก สิ่งที่ไม่ควรลืมก็คือต้องทาครีมทุกครั้งหลังอาบน้ำ ควรดื่มน้ำมากๆ เพราะหากร่างกายขาดน้ำก็จะทำให้ผิวแห้ง แต่ถ้าอยากแช่น้ำในอ่างก็ควรหยดน้ำมันบำรุงผิวลงไปในอ่างด้วย ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ อย่าอังหน้ากับไอน้ำและควรใช้ครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ



ข้อดีของผิวแห้ง


ใครว่าผิวแห้งไม่ดียัไง แต่ข้อดีของผิวแห้งก็เริ่ดไม่แพ้ใครนะจะบอกให้สาวๆที่มีผิวแห้งมักมีรูขุมขนเล็ก และไม่กว้างอย่างสาวผิวมัน ผิวก็นุ่มไม่ด้านหนา เพราะมีการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกบ่อย ผิวมีเลือดฝาดอันเนื่องมาจากการที่มีผิวบอบบาง จึงทำให้เลือดไหลเวียนดี นอกจากนี้ผิวชั้นนอกยังดูละมุนละไม เพราะไม่มีประกายแวววาวจากไขมัน



ข้อเสียของผิวแห้ง


1.ผิวตึงเครียดเพราะขาดน้ำมันและความชุ่มชื้น


2.ผิวเหี่ยวย่นง่ายเพราะมีอีลาสตินน้อย


3.ผิวตกสะเก็ดเพราะขาดน้ำมัน มีไขมันในเซลล์ผิวไม่เพียงพอ


4.ติดเชื้อง่ายเพราะผิวชั้นนอกบอบบางทำให้จุลินทรีย์เข้าไปได้ง่าย


5. ผิวหยาบกระด้างเพราะความชุ่มชื้นระเหยออกไปเร็ว



อาหารสำหรับสาวผิวแห้ง


สาวผิวแห้งควรรับประทานอาหารตระกูลถั่วทั้งหลาย เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว ถั่วแขก ตับ ไข่ เนย นมสด ยีสต์ ฝรั่ง มะละกอ ข้าวโพดและยอดผักต่างๆค่ะ




ที่มา


จาก http://www.pooyingnaka.com
วิธีแก้ไขปัญหา "หน้ามันเยิ้ม"


เรื่องหน้ามัน เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากมีอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ ที่เพิ่มขึ้นไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น แต่บางคนคิดว่าตัวเองพ้นวัยรุ่นมานานแล้ว ทำไมยังหน้ามันไม่หายสักที นั่นเป็นเพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อความมันบนใบหน้า ความเครียด, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในหญิงมีครรภ์, ความร้อน และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม

ส่วนความเชื่อที่ว่าการรับประทานของมันๆ เช่น ขาหมู, ไอสกรีม, กะทิ แล้วจะทำให้หน้ามันนั้นเป็นการเข้าใจผิดค่ะ เพราะเป็นไขมันคนละชนิด กับที่หลั่งออกมาสู่ผิวหนัง

ปัญหาที่พบคู่กันกับคนหน้ามันคือ รูขุมขนกว้าง ซึ่งจะสัมพันธ์กับปริมาณไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน และหลั่งออกสู่ผิวหนังที่มากขึ้น เพราะถ้าไขมันเหล่านี้ไม่สามารถระบายออกไปได้ ก็จะเกิดการอุดตันเกิดเป็นสิวตามมาให้กลุ้มใจอีกเรื่อง


การดูแลรักษาผิวหน้า สำหรับคนหน้ามัน





1. ควรล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2-3 ครั้งก็พอ เพราะการล้างหน้าบ่อยเกินไป กลับจะเป็นโทษคือทำให้ผิวหน้าอักเสบระคายเคืองได้ ในระหว่างวันถ้ารู้สึกรำคาญหน้ามันก็อาจใช้กระดาษซับมันช่วยได้ สบู่หรือโฟมที่เลือกใช้ควรผลิตสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ หรืออาจใช้เป็นสบู่เด็กก็พอ ไม่ควรใช้สบู่ที่ฟอกแล้วหน้าตึงมาก

2. ครีมบำรุงหรือครีมให้ความชุ่มชื้น ควรเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (Oil-free) และไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comidogenic) และควรมีสารป้องกันแสง UV ที่จะมาทำลายผิวด้วย


3. การแต่งหน้า ถ้าเป็นไปได้แป้งที่เหมาะสม สำหรับคนหน้ามันก็คือแป้งฝุ่น แต่ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าก็อาจใช้แป้งฝุ่นก่อนจึงค่อยแต่งหน้า การเลือกใช้รองพื้นควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ (Water Based) และปราศจากน้ำมัน (Oil-free
)


ถ้าปฏิบัติด้วยวิธีดังกล่าวแล้วยังมีหน้ามันมาก มีรูขุมขนกว้างหรือมีสิวขึ้นจนขาดความมั่นใจ
ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพราะคุณหมอจะมียาทาบางชนิดที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ที่อุดตันตามรูขุมขนออกไป เช่น ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ, AHA, BHA ฯลฯ ทำให้ผิวหน้าดูดีขึ้น

ส่วนยารับประทานที่ควบคุมความมันบนใบหน้า เป็นยาอันตรายนะคะ! ซื้อทานเองหรือเอาไปแบ่งเพื่อนทานก็ไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น



ที่มา

จาก http://www.pooyingnaka.com
เกร็ดความรู้ ข้อห้าม
เมื่อคิดจะลดน้ำหนักสะกิด
มีเกร็ดความรู้ดีๆ สำหรับลดน้ำหนักมาฝาก





1.ห้ามอด : การที่คุณอดอาหารไปบางมื้อ จะทำให้ระบบ การเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ทำงานได้ช้าลง ยิ่งทำให้อัตราการเผาผลาญไขมัน ทำได้น้อยลงตามไปด้วย


2.ห้ามผัดวันประกันพรุ่ง : ถ้าอยากหุ่นดี ก็ควรเริ่มลงมือทันที แต่ก็ไม่ต้องถึงกับยอมหักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป และไม่ควรใจอ่อนกับตัวเอง


3.ห้ามใจร้อน : การที่จะลดน้ำหนักส่วนเกินลง ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในชั่วข้ามคืน ลองให้เวลามากขึ้นอีกหน่อย อาจจะ 2 เดือน หรือ3 เดือน หากคุณไม่ถอดใจไปเสียก่อน


4.ห้ามขี้เกียจ : ถ้าอยากผอมจริง ๆ ก็ต้องขยันขยับตัว ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องออกแรง เรียกเหงื่อหลาย ๆ หยดหน่อย

5.ห้ามแตะน้ำอัดลม : เครื่องดื่มชนิดนี้ หนักแคลอรี่อย่าบอกใครเชียว หันมาดื่มน้ำเปล่าแทนจะดีกว่า ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ดีไม่แพ้กัน


6.ห้ามคลายเครียดด้วยการกิน : การหันหน้าพึ่งพาขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน หรือไอศกรีม ซึ่งอาจช่วยบำบัดอารมณ์ได้เพียงชั่ววูบ แต่ก็ทำให้คุณอ้วนแบบไม่รู้ตัว


7.ห้ามตามใจปาก : ถ้าอยากคุมน้ำหนักตัวให้อยู่หมัดจริงๆ อย่าได้เผลอตามใจปากบ่อยนัก ควรคิดก่อนกินเสมอ


(พยายามเข้านะคะ เอาใจช่วย :)





ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

http://sakid.com/2007/12/20/7678/

วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

10 วิธี...ดูแลผมสวย




1. แปรงผมก่อนสระผมทุกครั้ง

แปรงผมเพื่ออะไร ง่ายๆ ก็คือแปรงผมเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนเส้นผม และสางเส้นผมที่พันกันอกก่อนที่สำคัญถ้าหวีไม่ถูกกับลักษณะของทรงผมหรือเส้นผม อาจจะกลายเป็นทำลายเส้นผมก็ได้นะคะ ควรศึกษาลักษณะของหวีให้ดีกว่า


2.สระผม

ควรใช้แชมพูและครีมนวดที่ผสมอาหารชีวภาพ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและบำรุงเส้นผมไปด้วยในตัว เพราะสารอาหารชีวภาพจะถูกดูดซึมและเข้าถึงรากและตลอดเส้นผม


3.นวดศีรษะ

นวดหนังศีรษะขณะอาบน้ำใต้ฝักบัว เพื่อกระตุ้นระบบหมุนเวียนช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นและช่วยลดความเครียดใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีระณะเบาๆ โดยเริ่มจากด้านหน้าและนวดลงไปถึงต้นคอ


4.เพิ่มความชุ่มชื่น

ชโลมคอนดิชันเนอร์เฉพาะตรงปลายผม และส่วนที่เลยปลายผมขึ้นมาครึ่งหนึ่งของความยาว (เพราะเส้นผมส่วนที่อยู่ใกล้หนังศีรษะน่าจะมีน้ำมันที่ให้ความชุ่มชื่นตามธรรมชาติอยู่แล้ว ) การใช้คอนดชันเนอร์ใกล้ๆ รากผมจะทำให้รู้สึกว่าเส้นผมเป็นมันเยิ้มหลังจากการสระผมไม่นาน


5.เพิ่มความเงางาม

และขจัดเส้นผมพันกัน ด้วยการใช้น้ำส้มสายชูหนึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่น 600 มิลลิลิตร แล้วราดลงบนเส้นผม ใช้หวีสางให้ทั่วและล้างออกด้วยน้ำอุ่น


6.ล้างด้วยน้ำเย็นน้ำร้อน

ทำให้ต่อมรากผมขยายและสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติไป ทำให้ผิวแห้งหยาบดูไม่มีชีวิตชีวา ใช้น้ำเย็นล้างผมจะดีกว่า ความเย็นของน้ำจะช่วยให้ต่อมรากผมปิดตัว เส้นผมจะเงางามทั่วศีรษะ


7.ซับเบาๆ

อย่าใช้ผ้าขนหนูเช็ดผม เพราะผ้าขนหนูจะขโมยความชุ่มชื่นและทำลายความยืดหยุ่นของเส้นผม ให้ใช้ปลายนิ้วบีบน้ำบนเส้นผมออก แล้วใช้ผ้าขนหนูซับเบาๆ วิธีนี้จะช่วยเก็บกับความชุ่มชื่นบนเส้นผมไว้ได้


8. สางผม

อย่าแปรงผมในขณะที่ผมเปียกเด็ดขาด เพราะขณะที่ผมเปียกเส้นผมจะพองใหญ่กว่าปกติสองเท่าและจะทำให้ผมเสียได้ง่าย ใช้หวีซี่ห่างๆ สางผมเปียกที่แบ่งเป็นส่วนๆ โดยเริ่มสางผมจากปลายก่อน


9.ปล่อยให้แห้ง

ปล่อยให้เส้นผมแหงตามธรรมชาติ เพราะเครื่องมือแต่งผมที่ใช้ความร้อนจะทำให้แกนผมเสีย ปิดผมยาวๆ ขึ้นไปรวบเป็นมวย เส้นผมจะเซ็ทตัวได้เองเมื่อแห้งแล้วถ้าผมสั้นก็ทาเจลแล้วหวีให้ทั่ว


10.กำราบผมตั้งชี้

เมื่อผมแห้งแล้ว ฉีดสเปรย์ลงบนหวีแล้วหวีผมให้ทั่ว วิธีนี้จะทำให้ปลายผมที่ตั้งชี้ลู่ลงไป ทำให้เส้นผมดูเงางาม เป็นระเบียบ และช่วยให้เส้นผมอยู่ทรงได้นานขึ้น



ขอขอบคุณบทความดีจากนิตยสาร : Hair&Beauty Studio

วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ล้างพิษ ง่ายๆได้ด้วยตัวเอง





"การล้างพิษ" นับเป็นวิธีสำหรับคนที่อยากลดความอ้วน ต้องการควบคุมน้ำหนัก และใส่ใจดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ วันนี้จึงขอแนะนำทางเลือกในการล้างพิษแบบง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตัวคุณเอง
การล้างพิษ หรือ Detoxify ในภาษาอังกฤษ แปลว่า การขับเอาสารที่เป็นพิษออกจากร่างกาย ซึ่งมีหลายวิธี มีวิธีหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การอด ในที่นี้หมายถึง กินให้น้อยกว่า 800 แคลอรี่ต่อวัน ดังนั้นไม่ว่าจะกินผลไม้ทั้งวัน ดื่มน้ำผลไม้ทั้งวัน หรือทั้งกินทั้งดื่ม หรือดื่มแต่น้ำเปล่า โดยไม่กินอะไรเลยทั้งวันก็ได้ ี้ก็ถือว่าเป็นการอดเพื่อล้างพิษแล้วล่ะค่ะ


แต่ถ้าคุณจะเริ่มอด ขอแนะนำให้ใช้วิธีกินผลไม้อย่างเดียว และอดเพียงวันเดียว (24 ชั่วโมง) เท่านั้น เริ่มจากให้เลือกผลไม้ที่ชอบมาอย่างใดอย่างหนึ่ง ยกเว้นทุเรียน น้อยหน่า ลำไย ลิ้นจี่ ขนุน เพราะผลไม้เหล่านี้มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง จะทำให้ระบบย่อยไม่ได้พักอย่างเพียงพอ มิหนำซ้ำยังทำให้อ้วนอีกด้วย เมื่อเลือกแล้วก็ให้กินผลไม้นั้นเป็นอาหารเช้า กลางวัน และเย็น ถ้าคุณหิวก็ให้ดื่มน้ำผลไม้ชนิดนั้นเป็นมื้อเบรกได้


หากคุณตั้งใจจะล้างพิษด้วยการอดแล้วล่ะก็ ควรเป็นวันที่อยู่กับบ้าน และเริ่มต้นอดตั้งแต่มื้อเช้าไปเรื่อยๆ จนถึงเช้าของอีกวัน ก่อนเลิกอดให้ดื่มน้ำ 2 ลิตร แต่ละลิตรให้บีบน้ำมะนาวลงไป 2 ลูก ใส่เกลือลงไปลิตรละ 2 ช้อนชาพูนๆ ดื่มให้หมด จากนั้นคุณจะถ่ายออกมาเป็นน้ำ (ที่คุณดื่มเข้าไปนั่นแหละ) เป็นการทำความสะอาดล้างท่อลำไส้ เมื่อถ่ายแล้วก็เริ่มกินอาหารเช้าได้ตามปกติ และถ้าคุณอยากจะอดอีกครั้ง ก็ให้ทำแบบเดิมทุก สำหรับตัวอย่างการอด อาทิ เช่น คุณเลือกฝรั่ง ก็ทานฝรั่งเฉพาะในมื้อเช้าและเย็น กลางวันให้กินส้มตำฝรั่งได้ มื้อเบรกช่วงเช้าและบ่ายให้คั้นน้ำฝรั่ง หรือถ้าคุณเลือกแอปเปิล ก็ทานแอปเปิลปอกทั้งเช้าและเย็น โดยมื้อแรกอาจดื่มน้ำแอปเปิลสด กลางวันกินสลัดแอปเปิล ซึ่งถ้าเป็นไปได้ควรซื้อแอปเปิลทั้ง 2 ชนิด (แอปเปิลเขียวและแอปเปิลแดง) และใช้ประมาณ 7-9 ลูก

ผลที่คาดว่าจะได้ก็คือ น้ำหนักจะลดลง ควบคุมน้ำหนักตัวได้ดีขึ้น ไขมันในเลือดลดลง ความดันเลือดต่ำลง กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ผู้ที่เป็นเบาหวานจะควบคุมเบาหวานได้ง่ายขึ้น การอด 24 ชั่วโมงนี้ถ้าคุณไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน หรืออ่อนเพลียมากๆ ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านได้เลยค่ะ

แต่ข้อควรตระหนักประการหนึ่งคือ คนท้องและเด็กที่อายุไม่ถึง 18 ปี ห้ามอดโดยเด็ดขาด และถ้าคุณมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ เบาหวานหรือมีอาการอ่อนเพลียมาก ควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาPเท่านั้นนะค่ะ




ที่มาจาก bkkmenu.com

เคล็ดลับ...ความสวยความงามของผู้หญิง

วิธีทําให้ผิวขาว

สาวๆ ก็ต้องมาคู่กับความสวยความงาม วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับ วิธีทำให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมองด้วยวิธีธรรมชาติๆ มาฝากเพื่อนๆ กันด้วย ว่าแล้วไปดู 27 วิธีทำให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมองกันเลย...








1. การขัดผิว (Exfoliating)

หมายถึง การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้า เป็น วิธีทําให้ผิวขาว โดยธรรมชาติ



2. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิว

ก็ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่างๆ เช่น ใยบวบ หรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่าง



3.เริ่มต้นที่ทำผิวเปียก

นำผลิตภัณฑ์ขัดผิวเทใส่ใยบวบ ฟองน้ำ หรือถุงมือ แล้วทาลงบนผิวเบาๆ นวดผลิตภัณฑ์บนผิวด้วยการวนมือเป็นลักษณะวงกลมเบาๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียน ใช้น้ำล้างออกให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นในขณะที่ผิวยังชื้น



4.ผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิว

ควรเลือกที่เป็นครีมหรือเจล เนื้อครีมควรมีลักษณะเป็น เม็ดกลม เพื่อปกป้องผิวจากการระคายเคือง หรือเป็นแผลถลอก ขณะที่ขัดนวดผิวบริเวณนั้นควรมีความชื้นพอหมาด แล้วล้างออกด้วยน้ำมากๆ



5.ใยบวบ หรือใยขัดธรรมชาติ

เป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้าออกแรงขัดมากเกินไป อาจทำให้แสบผิวได้ เพราะใยเหล่านี้มีลักษณะสาก และหยาบ เวลาขัด จึงควรขัดเบาๆ ไปทั่วร่างกายขณะอาบน้ำ และเมื่อใช้เสร็จแล้วควรล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง



6.เราสามารถทำสครับใช้เองง่ายๆ

ด้วยการใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อย แต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคือง มีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ



7. มะขามเปียก, สับปะรด

มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคล มีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิว เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ใส มีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อนๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ว วิตามินสูง แต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรด เหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก, ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวัง ลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรก แต่ไม่เป็นกรดมาก



8.ถ้าคุณมีผิวมัน

ใช้มะขามเปียกหรือสับปะรดซึ่งมีความเป็นกรดช่วยขจัดความมันผสมกับเกลือ มีฤทธิ์ช่วยสมานผิว เติมโยเกิร์ตช่วยบำรุงผิวก็ได้



9.ถ้าคุณมีผิวแห้ง

ใช้ส้มเช้งเป็นส่วนผสมหลัก...ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นแว่นพอจับถนัดมือ ใส่งาขาวเป็นตัวช่วยขัด เพิ่มน้ำมันมะกอกเล็กน้อยลดความระคายเคือง



10ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่าย

ใช้แค่งาขาว, งาดำผสมน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตก็พอ




ลองทำตาม วิธีทําให้ผิวขาว แบบธรรมชาติๆ


ตามที่แนะนำกันไปดูนะคะ รับรองว่าผิวคุณจะกระจ่างใส


แบบปลอดภัยและเห็นผลค่ะ






ที่มา